รีวิว โรงแรม We Terminal ที่พักใกล้สนามบินเชียงใหม่ พร้อมรถรับส่ง ในราคาเบา ๆ

สวัสดีค่ะ วันนี้พักเรื่องแต่งหน้า เรื่องสกินแคร์ เรื่องความสวยกันไว้ก่อน เพราะเข้าสู่ช่วงฤดูท่องเที่ยวแล้ว หลาย ๆ คนที่โหยหาความหนาว ก็ขึ้นเหนือไปเชียงใหม่ เชียงราย น่าน กันไรงี้ใช่ไหมล่ะ ซึ่งวันนี้อั้มเลยมารีวิว โรงแรม We Terminal โรงแรมที่อั้มพึ่งไปพักมาล่าสุด ให้ได้ชมกัน รอบนี้รีวิวกันแบบรวดเร็วน่ะ อาจไม่ได้เจอภาพสวย ๆ เก๋ ๆ เท่าไหร่ เพราะดิฉันมิใช่ตากล้อง แค่อยากนำเสนอในมุมมอง ของ Blogger ที่ได้ไปพักมาเท่านั้น


ก่อนไปดูภาพห้องแบบต่าง ๆ มาดูจุดเด่นที่อั้มชอบกันก่อน
  • มีบริการ รถรับ-ส่งฟรี ที่สนามบิน 
  • มีบริการ รถรับ-ส่งฟรี โรบินสัน และ ถนนคนเดิน
  • มีห้องพักแบบเตียง 2 ชั้น
  • มีไวไฟ
  • มีไดร์เป่าผม
  • มีตู้เซฟ
  • มีตู้เย็น
  • มีบริการซักรีด
  • มีที่จอดรถ
  • มีอาหารเช้า
  • สระว่ายน้ำกลางแจ้ง อยู่ชั้นบนสุด ติดห้องอาหาร 
  • มีแปรงสีฟัน ยาสีฟัน แชมพู สบู่ และอ่างอาบน้ำ
  • ห้องน้ำสะอาด 
  • มีสายชำระ
  • มีน้ำอุ่น - น้ำเย็น 
  • มีเครื่องชงกาแฟ
  • มีบริการรับฝากกระเป๋าสัมภาระ
  • มีลิฟต์ 
  • มีฟิตเนส
  • มีห้องที่ทำโดยสถาปนิกที่นิยมนำของเหลือใช้ มาสร้างงานศิลปะ จำนวน 3 ห้องไม่ซ้ำกัน ตรงนี้ไม่ได้เข้าไปถ่ายมานะคะ เพราะยังทำไม่เสร็จ ห้อง 3 ห้องนี้ยังไม่เปิดให้บริการค่ะ Facebook :: https://www.facebook.com/tuapennot.studio/ (ผู้ออกแบบและสร้างห้อง)
-----------------------------------
ตอนจองโรงแรม ถ้าจะใช้บริการรถรับส่ง ควรแจ้ง รายละเอียด วัน เวลา เดินทาง พร้อมเที่ยวบิน ไปที่โรงแรมก่อนนะคะ จะได้สะดวกในการรับส่ง รถของทางโรงแรมจะเป็นสีขาว  พร้อมสัญลักษณ์ We ที่ข้างรถ แต่ไม่ต้องกลัวหลงนะคะ มีพนักงานไปถือป้ายรอเราตรงช่องทางออกตรงที่โหลดกระเป๋าแล้วจ้า


อยากจิไปขโมยรูปโรงแรมมาจากเว็บอื่นจัง 555 ไม่มีเวลาได้ถ่ายเท่าไหร่ มัวแต่อิ่มเอมกับห้องนอนซะมากมาย เลยได้ภาพกลางคืนมาแบบนี้แหละน่ะ


แผนที่ มาง่ายมาก ออกจากสนามบินมาก็ตรงอย่างเดียว ติดไฟแดงเดียว ถึงเลย


ระบบประตู เป็นคีการ์ดทั้งหมด


การจองโรงแรม สามารถจองผ่านทางเว็บไซต์รับจองต่าง  ๆ ได้แล้วนะคะ เช่น Agoda อั้มแคปหน้าจอราคาของ Agoda มาให้ดูด้วย ราคาไม่แรง แต่ห้องพักแบบนี้ ถือว่า คุ้มค่ะ

เช็คราคาวันที่ 18-19 ธันวาคม 2559

มาดูห้องแบบแรกกันก่อน Starndard Triple Room เป็นห้องที่อั้มชอบที่สุด นอนได้ 3 คน มีเตียงแบบ 2 ชั้น เปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องน้ำ 2 ห้อง ทางซ้าย และ ขวา แยกกันชัดเจน ระหว่างห้องอาบน้ำ และ ขับถ่าย ทำธุระ ปะปัง ตรงจุดนี้ถือว่าเป็นความคิดที่ดีน่ะ เวลาเราไปเที่ยว บางทีไม่ได้มาคนเดียว แล้วใช้เวลาอยู่โรงแรมอาจจะไม่ได้มากมายอะไร อาจต้องรีบเดินทางแต่เช้า ถ้ามัวแต่รอคนขับถ่ายคนอาบน้ำกว่าจะเสร็จแต่ละคน อาจจะอารมณ์เสียกันได้

 เวลาอั้มไปเที่ยว จะตื่นนอนก่อนแฟน 2 ชั่วโมง มาอาบน้ำ ทำธุระ แต่งหน้า นู่นนี่นั่น แล้วเสร็จพร้อมกันพอดี แต่มาเจอการออกแบบโรงแรมแบบนี้ คือตอบโจทย์คู่สามี ภรรยา มาก ๆ


ที่นี่ไม่มีตู้เสื้อผ้านะคะ แต่ใช้เป็น ชั้นแขวนเสื้อผ้าแทน ด้านบนก็ใช้วางหมอน มองดูแล้วอั้มว่า สบายตาดีค่ะ ดูห้องไม่แคบ แล้วเวลาจะเช็คเอ้าท์ ก็สามารถมองเห็นสิ่งของได้ บางคนที่ชอบหลง ๆ ลืม ๆ บางทีไม่ได้เปิดตู้เสื้อผ้าดู อาจลืมของไว้ในตู้ก็ได้น่ะ มีไม่แขวนเสื้อ ตู้นิรภัย รองเท้า ถังขยะ ตู้เย็นโทรศัพท์  ไฟฉาย ไดร์เป่าผม


ตรงหัวนอน เป็นอีกจุดที่ออกแบบมาได้ดี มีกำแพงกั้นระหว่าง 2 เตียง และมีไฟแยกออกมาของแต่ละหัวนอน สมมุติมากับแฟน หรือเพื่อน อีกคนจะเล่น Facebook อีกคนจะนอนเพราะเป็นคนขับรถ ต้องพักผ่อนเยอะ ๆ ก็ปิดไฟ เปิดเฉพาะหัวเตียงของตัวเอง ก็ไม่รบกวนกันแล้ว คนคิดคือมีความล้ำไปอีก


ขอเปลี่ยนชุดแป๊ป



โคมไฟส่งสว่างกลางห้อง เป็นโคมไฟที่เหมือนกันทุกห้องเลยนะคะ สวยดี 


ห้องน้ำ น้ำไหลแรงใช้ได้ค่ะ ตอนไปพักห้องน้ำไม่มีกลิ่นเหม็นจากท่อ มีสายฉีดชำระ และ ทิชชู่  พร้อม แชมพู ครีมอาบน้ำ หมวกคลุมอาบน้ำ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน (ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยเจอน่ะ ราคานี้มีแปรงสีฟัน ยาสีฟัน)


ฝักบัวมี 2 แบบ มี Rainshower ด้วย


และสิ่งที่ทุกห้องจะมีเหมือนกันคือ ชุดชงชา กาแฟ  พร้อมน้ำดื่ม 


ห้องแบบที่ 2 Standard Twin Room ห้องนี้จะคล้าย ๆ กับห้องแรกที่รีวิวไป แต่จะไม่มีเตียง 2 ชั้นให้บริการ และทีวี จะอยู่คนละฝั่งกันด้วย





สิ่งหนึ่งที่สังเกตุเห็นของโรงแรม We Terminal คือสัญลักษณ์รูปนก เห็นหลายๆ จุดจะเป็นนกตัวนี้แหละ หัวนอนก็มีน่ะ มีแทบทุกห้อง และแต่ละชั้นก็มีตามทางเดินด้วย


เปิดประตูเข้ามา จะเจอเก้าอี้อยู่ตรงกลางห้อง และเตียงนอนขนาบข้าง จะนอนเตียงไหนดีล่ะ


ตู้นิรภัย เก็บของ มีเหมือนกันทุกห้อง พร้อมคู่มือการใช้งาน



ตู้เย็น ไดร์เป่าผม ทีวี มีเหมือนกันทุกห้องค่ะ


อีกจุดที่ชอบเลยคือ กระจกบานใหญ่มาก นั่งแต่งหน้า ไดร์ผมสบาย ๆ เวลารองเสื้อผ้า ก็ดูก่อนได้ว่า สวยหรือยัง กระจกแบบนี้ ชอบจริง ๆ 


เริ่มจะง่วงสะแล้วสิ เตียงนุ่มขนาดนี้ อยากจะหลับ บนหัวนอนมีปลั๊กไฟให้ชาร์จมือถือ ได้ด้วย และมีที่ให้วางของได้ด้วย ตรงนี้ชอบมากคือ ปลั๊กไฟเยอะดี ชาร์จกล้อง ชาร์จมือถือ ชาร์จคอม ชาร์จแบตสำรอง ได้ครบเลย


ห้องที่ 3  เป็นห้อง Standard Double  แบบเตียงใหญ่ ห้องของคนมีคู่แหละ


ห้องน้ำเป็นกระจกใส มองเห็นกันและกันทุกเวลา แต่ถ้าไม่อยากเห็น ก็รูดม่านแล้วปิดได้ค่ะ


แอบเปิดม่านในห้องน้ำดูสักหน่อย อ้าวสามีหายไปไหนหว่า


ห้องนี้เราไม่เจอนกบนหัวนอนน่ะ แต่เจออยู่ตรงมุมใต้แอร์ แรก ๆ ก็เฉย ๆ กับน้องนกน่ะ ตอนนี้เริ่มชอบแล้ว อยากจิเอามาติดห้องบ้าง แต่ก็กลัวจะ #นก


มีเหมือนกันทุกห้อง คือ ปลั๊กไฟที่เยอะมาก ไดร์เป่าผม โทรศัพท์ ชุดชา กาแฟ น้ำดื่ม ตู้เย็น มีกระจกเล็กเพิ่มมาในห้องนี้


การตกแต่งจะดูคนละโทนกับ 2 ห้องแรก ที่จะเน้น ดำ ขาว แต่ห้องนี้จะเน้นที่ลายไม้เข้ามาเพิ่ม



ตอนเดินเข้าห้องมา ทางด้านตรงข้ามกับห้องน้ำจะเป็นที่วางของ มีชุดคลุม ตู้นิรภัย ไม่แขวนเสื้อ รองเท้า อยู่ตรงนั้น และกระจกบานใหญ่แบบส่องได้เต็มตัวเลย


มาดูที่ห้องน้ำกันบ้าง ห้องน้ำจะมีอ่างอาบน้ำ พร้อมฝักบัว แต่ไม่มี RainShower นะคะ แต่ได้นอนแช่อ่างสบ๊ายสบาย แล้วแต่คนชอบเนอะ อั้มเลือกแช่อ่าง เพราะได้ผ่อนคลายกว่า


ห้องน้ำตกแต่งเน้นไปที่โทนขาวแทบทั้งหมด มีกระเบื้องแอบเทานิดหน่อย ดูสดใส สะอาดตา


ห้องน้ำมีสายชำระเหมือนกับทุกห้องนะคะ ที่นี่มีสายชำระทุกห้อง อั้มจะชอบใช้สายชำระ หลังทำภารกิจทุกครั้ง พอไม่มีทีไร รู้สึกแปลก ๆ ทุกที


ตีฟองให้ฟู แล้วก็ลงไปแช่ ฟินจุง


มาดูในส่วนของห้องอาหารกันบ้าง ห้องอาหารจะอยู่ชั้นบนสุดเลย  ติดกับสระว่ายน้ำ ชั้นนี้จะมีห้องพิเศษ 3 ห้องที่ออกแบบโดยนำวัสดุเหลือใช้ต่าง ๆ มาตกแต่งห้อง ซึ่งแต่ละห้องไม่เหมือนกันด้วยน่ะ 


ตรงนี้อั้มว่า โรงแรมไม่ได้ใหญ่อะไรมาก แต่อาหารมีครบน่ะ ขนมปังหลากหลาย น้ำก็มีทั้ง น้ำเปล่า และ น้ำส้ม ชา กาแฟ


แยมก็มีให้ทานหลายหน้า แต่ที่อั้มลองแล้วชอบคือ สังขยา ทานแล้วก็เลยทานซ้ำ จนลืมทานสตอเบอรี่ กับ ส้ม 


ข้าวต้ม อร่อยน่ะ ตักข้ามต้ม ราดด้วยกุนเชียง ไข่เค็ม ยำผักกาด โรยผักนิดหน่อย เบิ้ลไป 2 เลยจ้า


สลัดโรลก็อร่อย ทำจากผักสด ๆ กินกรุบกรอบ


สลัด ผักสดมาก ค่ะ ปกติไม่ค่อยทานผักน่ะ แต่มาเชียงใหม่ ทานผักเยอะเลย ทั้งที่โรงแรมและร้าน โอ้กะจู๋ 

ผลไม้ก็มี สำหรับปิดท้ายการรับประทานอาหารเช้า


ในส่วนของโรงแรม We Terminal นี้ โดยรวมแล้วอั้มชอบนะคะ ทุกอย่างถือว่าออกแบบได้ดี เขาเปิดบริการเต็มรูปแบบ 30 พฤศจิกายน 2559 นี้นะคะ การบริการจัดว่าดี ใส่ใจแทบทุกรายละเอียด ตอนแรกไม่รู้ว่า โรงแรมเดียวกับ We Valley Boutique Hotel จนวันกลับแหละถึงได้รู้ ที่นี่น่าจะปรับปรุงและพัฒนา หลายๆ  อย่างที่เจอจาก We Valley Boutique Hotel ทำให้ตอบโจทย์แขกผู้เข้าพักได้อย่างดี ถ้ามีโอกาสไปเชียงใหม่ อั้มจะกลับไปพักที่นี่อีกแน่นอนค่ะ


พิกัด GPS เผื่อหลง เพราะหลาย ๆ คนเวลาโบกรถแดง นาง งง น่ะ โรงแรมใหม่นางไม่รู้จัก ตุ๊ก ตุ๊ก ก็เช่นกัน โดนเรียกจากถนนคนเดินวัวลายมาโรงแรม 200 บาท นั่งปู้ดเดียวถึง 5555



เดี๋ยวต้องขึ้นไปปางอุ๋งต่อ ต้องไปอีกหลายพันโค้ง แล้วพบกันรีวิวหน้า พาเที่ยวนะคะ ฝากติดตามกันด้วยจ้า หวังว่ารีวิวนี้ จะมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ ไม่มากก็น้อย หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทักมาที่เพจนะคะ หรือถามไปโดยตรงทางเพจโรงแรมก็ได้จ้า https://www.facebook.com/We-Terminal-547303548768785/

Follow or Contact me 
❀ Website   ::  www.aumbellezza.com
❀ Blog   ::  http://aumbellezza.blogspot.com/
 Facebook   :: www.facebook.com/Aumbellezza
❀ Instagram  :: http://instagram.com/aum_bellezza 
❀ E-mail ❀  ::  aumbellezza@gmail.com 

Share this: