เที่ยวสิงคโปร์ แบบไม่โปร แต่ก็ไม่โป๊ะ กิน เที่ยว ถ่ายรูป ชอปปิ้ง สไตล์ Aum Bellezza || Day 1


ครั้งแรกของการเดินทางไปสิงคโปร์ หรือ ต่างประเทศด้วยตัวเอง โดยไม่พึ่งทัวร์ และ ภาษาอังกฤษที่แทบไม่ได้เลย


อุ๊ต๊ะ  ก่อนออกเดินทาง แดดก็จะออก ฝนก็จะตก นี่ งงมาก ถือเป็นฤกษ์มงคลละกัน ก่อนออกเดินทางไปสิงคโปร์ สิ่งแรกที่ต้องเตรียม ห้ามลืม และขาดไม่ได้เลยนั่นคือ Passport 


เนื่องจากฝนตกตั้งแต่เช้า การจะไปเรียกรถแท็กซี่ปากซอยก็ต้องเลิกคิด เลิกฝันไปได้เลย วันนี้ อั้มใช้บริการ Airasia  เที่ยวบินเวลา 10.45 น.  จองมาตอนโปรโมชั่น จองกันข้ามปีเลยทีเดียว 

โดยปกติเวลาจะไปเที่ยวไหน อั้มจะชอบเผื่อเวลา เพราะชอบ  ลืมนั่น นู่น นี่ เลยตื่นตั้งแต่ตี 5 พอ 8 โมงก็กดเรียก Grab Taxi เพราะราคารวมจะถูกกว่าการเรียก Uber ในเช้าวันศุกร์ การหารถไปสนามบินยากมาก เพลีย กดถี่ กดถี่ กดไปตั้งนาน  ในที่สุดเราก็ได้รถเสียที อ้าว ลืมแคปภาพ นั่งรถมาตั้งนาน    

วันนี้รถติดมาก ดีที่อิฉันเผื่อเวล่ำเวลาเอาไว้ด้วย ไม่งั้นคงแย่แน่ๆ เพลียใจจริงๆ  

ค่ารถเหมา 320 บาท เหมือนคุ้มเลยเนอะ #ปาดเหงื่อ



การเดินทางในวันนี้ มีรถบัสมาส่งขึ้นเครื่อง


พอมาถึงสนามบินแล้วก็มาเช็คอินที่เคาเตอร์แอร์เอเซียค่ะ แล้วก็จะได้ใบ บัตรขาเข้า - บัตรขาออกประเทศไทยมา อันนี้ก็กรอกง่ายหน่อย มีภาษาไทย


ขณะกัปตันประกาศอีก 1 ชั่วโมง เราจะนำท่านเข้าสู่ประเทศสิงคโปร์ ไรประมาณนี้แหละ นี่กำลังง่วงสลึมสลือ แป๊ปเดียวเท่านั้น เสียงหายไปแป๊ปเดียว เครื่องตกหลุมอากาศ แรงมาก ตั้งแต่นั่งเครื่องมา บอกเลยรอบนี้แรงสุด แรงแบบมีคนบนเครื่องกรีดร้องอุทานเสียงดังมาก มันไม่ได้รอบเดียวไง มันตกรัวๆ อ่ะ คิดดูดิ นั่งกำพระ  เกร็งไปทั้งตัว ที่กำลังงัวเงียคือตาสว่าง นอนไม่ลงเลยค่ะ เวลา 1 ชั่วโมงก่อนเครื่องลง ขนลุกมาก กลัว แทบจะร้องไห้เลย ในหัวนี่คิดถึงหลายสิ่งมาก ในช่วงเวลานั้น คิดไปได้เยอะมาก 


ในที่สุดเครื่องแลนดิ้งลงจอดอย่างปลอดภัย  พร้อมเสียงเม้าส์มอยกันตลอดทางเดินมา  ตม. 


ตอนผ่าน ตม.  เป็นไรที่กลัวมาก ถึงมากที่สุด ก็เรากะเทยแต่งหญิงอ่ะ เขาว่า ตม. ที่นี่ไม่ใช่ธรรมดา ขนแขนลุกจากเครื่องตกหลุมอากาศไม่ทันหาย ขนหลังลุกซู่อีกรอบ เมื่อเจอตม. ที่ถูกกล่าวขวัญมานับต่อนับ แปลกใจเหมือนกัน ตั้งแต่เกาหลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เราโดนถามแทบทุก ตม. แต่ไม่เคยโดนกักตัว และไม่เคยโดนส่งกลับประเทศเลย อั้มไม่มีงานประจำทำนะคะ  และคำถามส่วนมากที่โดนคือ มากี่วัน , มากับใคร , พักที่ไหน , กลับเมื่อไหร่ , ทำงานอะไร  ประมาณนี้ค่ะ   แต่ที่โดน ตม.​สิงคโปร์คือ เขาถามว่า มากี่คน มากับใคร เราก็บอก 2 คน มากับเพื่อน  เขาก็ปล่อยให้เข้าได้เลย งงไปหมด ส่วนคุณแฟนก็สบายเลย ไม่โดนถามไรเลย เพราะตอนที่เราโดนถาม เราชี้ไปที่คุณแฟนด้วยว่า นี่ ๆ คนนี้ ที่ฉันมาด้วย 5555


ตอนอยู่บนเครื่อง พนักงานจะเอาเอกสารการเข้าเมืองสิงคโปร์มาให้เรากรอกค่ะ เราก็รีบกรอกตั้งแต่บนเครื่องให้เสร็จนะคะ ได้ไม่ต้องมาเสียเวลาอีกรอบ  มาถึงก็ต่อแถวรอได้เลยค่ะ 

เอกสารกรอกวุ่นวายมาก เอาตัวอย่างมาให้ดูด้วยค่ะ เผื่อจะมีประโยชน์กับท่านผู้อ่าน

ตม. สายโหด โหดจริงไหม??
อั้มเลือกผู้หญิงนะคะ ต่อแถวผู้หญิง ใช้การคาดเดาจากสีหน้า ท่าทางว่าคนไหนน่าจะใจดี เราก็จะเอาคนนั่น เพราะถ้าถามอะไรมามาก ฉันตอบไม่ได้แน่ๆ อย่ามาเยอะ 555

ยืนรอคิวไม่นานก็ถึงตาเราแล้ว เราเลือกเข้าก่อน ให้คุณแฟนต่อจากเราค่ะ เมื่อถึงคิวก็เดินไป ยื่น passport พร้อมเอกสารที่เรากรอกบนเครื่องให้ ตม. และอีกมือเตรียมเอกสาร  ไฟล์บินกลับ , บุ๊กกิ้งโรงแรม , ตารางการเที่ยว ไว้ เผื่อมีปัญหาอะไรเราพร้อมยื่นให้ทันที 

นางพลิก พลาสปอตไปมา และมองหน้า ถามเราว่า มากับใคร เราก็ตอบ เพื่อน พร้อมนิ้วชี้ไปที่เพื่อน (เป็นภาษาอังกฤษน่ะ) แอบท่องมานิดหน่อย ได้ใช้ด้วย และเขาก็ถามว่า มากี่วัน เราก็ตอบไป และนางก็ปั๊ม ให้เราเลย ง่ายเกิ๊น ไหนใครว่าสายโหด ไม่จริ๊งไม่จริง แต่เราไม่แต่งหน้าเยอะ มาใสๆปล่อยผม ใส่กางเกง รองเท้าผ้าใบ กันไว้ก่อน ทุกสิ่งต้องพร้อม แลดูเป็นนักท่องเที่ยว ปัดแก้มชมพูเบาๆ ดูสุขภาพดี คิ้วอีกนิด ปากอีกหน่อย พอจบ


พอผ่าน ตม. มาได้ ก็เดินกันไป ขึ้นไปอีกชั้น ระหว่างนี้จะซื้อซิมก็ได้น่ะ เอามาเล่นเน็ต หรือจะไป 7-eleven  ก็ได้ สาขาเยอะแยะมากมาย ตอนเดินสังเกตุป้าย Sky to train เดินมาเรื่อย ๆ จะเจอป้าย Skytrain to T1 เพราะเราจะต้องไปที่ T1 เดินตามป้ายไปนะคะ พอขึ้นไปชั้นบน เราก็ต้องต่อรถไปอีก Terminal  หนึ่ง พอไปถึงก็ต้องลงไปชั้นล่างสุด 


จะมีเขียนในลิฟว่า ไป City ค่ะ  เราก็กดชั้นนั่นได้เลย พอออกมาก็เดินไปอีกนิด จะเจอ รถไฟฟ้าสายสีเขียว  EZlink ค่ะ   จากที่ลงเครื่องมา เกินไกลมากกว่าจะมาถึง MRT เล่นเอาเหนื่อยพอสมควร


ก่อนเข้าอั้มซื้อบัตรก่อน ราคา  12 SGD ค่าบัตร 5 SGD  มีอายุ  5 ปี สามารถใช้เติมเงินได้ อั้มซื้อเพราะชอบ ตรงลาย ของบัตรด้วยค่ะ และมีค่าเดินทางให้ 7SGD  บัตรใช้เติมเงินได้ที่สถานีต่าง ๆ ได้นะคะ แต่เติมขั้นต่ำ 10 SGD นะคะ


พอจ่ายเงินเสร็จ ก็เอาบัตรไปใช้งานได้ทันที 

ยืนรอรถไฟสักพัก รถไฟก็มาค่ะ เราจะไปสถานี Lavender ต้องเปลี่ยนสถานีก่อนนะคะ ลงที่สถานี Tanah Merah แล้วไปขึ้นทางที่จะไป Joo Koon


ซึ่งไม่ยากค่ะ แค่เดินมาอีกฝั่งหนึ่ง เหมือนเปลี่ยนสถานีที่สยามบ้านเรา แต่ง่ายกว่าเพราะไม่ต้องเดินขึ้น เดินลงให้วุ่นวาย


ระหว่างรอรถไฟ เราก็แอบอัพเดท Social นิดหนึ่ง อันนี้อั้มเปิด โรมมิ่งของ AIS มานะคะ เน็ตเร็วใช้ได้

ที่สนามบินมีร้านค้าให้ชอปปิ้งมากมาย  ตังค์แทบหมดตัวตั้งแต่สนามบินล่ะ ใครจะมาให้รีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด


อั้มพักที่ V  Hotel  Lavender  อยู่ติดสถานีรถไฟเลยค่ะ เดินทางง่ายมาก มีร้านอาหาร  24 ชม. อีก เลยเลือกที่นี่ นั่งรถไฟ 2 ต่อนะคะ นั่งจากสนามบินมาลงที่ Tanah Merah   และเปลี่ยนสถานีมา Lavender  ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็ถึงค่ะ 


พอมาถึงสถานีก็เดินตามป้ายเลยค่ะ  หาไม่ยาก ขึ้นไปปุ๊บเลี้ยวขวาเลยค่ะ จะเห็นป้ายสูง ๆ ว่า V Hotel 

V Hotel Lavender
พอมาถึงก็ส่งบุ๊คกิ้งให้พนักงาน ทำการเช็คอินค่ะ อั้มจองผ่านเว็บ Hotels.com  ใช้พลาสปอตของทั้ง 2 คนนะคะ ตอนเช็คอิน มี wifi  free ให้ด้วย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก 



ยาสระผม ครีมอาบน้ำ สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน หมวกคลุมอาบน้ำ มีมาเติมให้ใหม่ทุกวันเลยค่ะ ไม่รู้คนอื่นจะได้เหมือนกันไหม แต่เราได้เติมตลอดเลย


น้ำดื่มมีให้ 2 ขวด ไม่พอค่ะ ข้างล่างมีร้านเยอะ ต้องซื้อเพิ่ม น้ำที่สิงคโปร์ราคาสูงกว่าบ้านเราพอสมควร ชากาแฟ ทานฟรี


รองเท้า พร้อม ตู้เซฟ


ขึ้นมาบนห้องเห็นห้องล่ะ ก็ถือว่าโอเค พอได้ ราคาตกคืนล่ะ 5,000 บาท  ห้องเล็กมาก แต่ก็แค่อาศัยนอน เพราะทั้งวันก็ตะลอนเที่ยว กว่าจะกลับดึกดื่น ในห้องมีตู้เย็น ไดร์เป่าผม ผ้าเช็ดตัว แปรงสีฟัน  ยาสีฟัน สบู่ ยาสระผม กาน้ำร้อน สำหรับชงกาแฟ ทีวี  แอร์ ปลั๊กไฟมีน้อยมาก มี 2 เต้าเองค่ะ ควรเอาปลั๊ก  3 ตาบ้านเรามาพ่วง ไม่งั้นไม่พอ ตรงที่เสียบต้องกดสวิตด้วยนะคะ ไฟถึงจะเข้าให้ใช้งานได้  ตอนกดลิฟก็ต้องใช้การ์ดด้วยนะคะ


เตรียมพร้อม ผูกเชือกรองเท้าแน่น ๆ เตรียมลุย


ในนี้จะขายอาหารมากมาย มีน้ำผลไม้ด้วย คนส่วนใหญ่นิยมกินพวกน้ำผลไม้ ไข่ต้ม กาแฟ ไรงี้กัน แต่เราไม่หรอก เราหิวมาก เราต้องกินของหนัก ๆ ค่ะ


แถวที่พัก ของกินเยอะมาก คิดว่าถ้ามาสิงคโปร์ นี่ก็จะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะมาพัก เพราะเดินทางสะดวก และของกินเยอะนี่แหละ อิอิ  


วันนี้เลือกกินเมนูนี้เรียกว่าไรไม่รู้  ใช้นิ้วจิ้ม และจ่ายเงิน เท่านั้นพอล่ะ รสชาติเป็ดอร่อยดี แต่ข้าวมันดำๆ รสชาติแปลกๆ กินไม่ลื่นคอเหมือนข้าวหอมมะลิของไทยเลย  ราคาตั้ง 6SGD  ฝืดคอมาก (ดัดจริต) ใครคิดจะด่าห้ามนะ มันจริงๆ  5555 ดักคอก่อน น้ำจิ้มคล้ายๆ น้ำจิ้มของ ข้าวขาหมูบ้านเรา เปรี้ยวๆ สีส้มๆ กินแก้เลี้ยน อันนี้ตักมาเองน่ะ ไม่รู้ตักมาถูกไหม แต่มันก็เข้ากันดีแหละ น้ำซุปพอใช้ได้  แต่ไม่ทำให้การกินข้าวอร่อยขึ้น 


McDonalds ก็มีนะ เลือกกินได้ตามใจชอบ


เช็คอินแล้วก็พร้อมตะลุยกันต่อ วันนี้ฝนครึ้มๆ ทั้งวันเลย แดดไม่มี อากาศไม่ร้อน เย็นสบาย เดินเล่นชิวมาก แต่ถ่ายรูปขมุกขมัวเป็นที่สุด และนี่กำลังไปดู Merlion 😲 ไง  จะถ่ายรูปยังไงดีล่ะ


ลงจากโรงแรมมา ก็นั่งรถไฟไปลงสถานี Raffles Place ออกทางออก H  นะคะ และเดินตรงไปเลย ไปทางฝั่งแม่น้ำก็ได้ หรือจะเลี้ยวซ้ายไปทางโรงแรม ก็ได้เช่นกัน 



ลงถูกสถานีแล้วแหละ แต่ขึ้นมาผิดทางไปหน่อย อย่างว่าแหละก่อนจะเก่งต้องหลงก่อนเนอะ ขึ้นมาจากรถไฟ ก็มาเจอตึกล้อมรอบเต็มไปหมด และก็เจอคนมานั่ง และ ทำกิจกรรมต่าง ๆ กันเยอะแยะมากมาย ดิฉันมองหาทะเลสาบ มองหาน้ำ ไม่เจอเลยแม้แต่น้อย สรุปว่านี่หลงใช่ม่ะ แต่เราลงถูกสถานีแล้วน่ะ อะไรยังไงเนี่ย  สรุปคือเดินออกผิดทางไง และงงเลยทีนี้ แต่เราไม่ย่อท้อ ใช้สัญชาติญาณกะเทยสิค่ะ และก็เดินวนไปค่ะ วนไปเรื่อย ๆ  กว่าจะถึงนี่ว่าเดินไกลพอสมควรเลยน่ะ ดีที่ไม่ร้อน ทางเดินก็ง่าย  สะดวกดี สถานีรถไฟนี้ของกินเยอะดี 

ไปถึง เมอไลออน ประมาณ 16.30 น. คนเต็มเลย มหาชนคนเยอะมาก แย่งกันถ่ายรูปเต็มไปหมด ไม่ได้รูปสวย ๆ  เลย ฟ้าก็ไม่สดใส มีแต่เมฆครึ้ม ๆ แต่เรามาแล้วนิ ไงก็ต้องถ่ายรูปคู่ กับสัญลักษณ์ของสิงคโปร์ให้ได้

ต้องอาศัยจังหวะเพื่อรูปบนเลยค่ะ ร้องไห้กว่าจะถ่ายได้แบบนี้ แอบรีทัช และ ครอบ อีกต่างหาก


Merlion ตัวเล็กก็มีน่ะ น่ารักจัง

ถ่ายรูปเสร็จเริ่มเหนื่อยหาที่พักขา พักตูดไม่ได้เลย ตอนแรกจะรอดูการแสดงตอนเย็น  แต่ไม่ไหว หิวมากด้วย เลยเดินกลับไปขึ้นรถไฟฟ้า ไปสถานี Bugis  หาของกินพร้อมชอปปิ้ง


ที่นี่เขามีบริการเรือนำเที่ยวด้วย อยากนั่งอยู่แต่กลัวเสียเวลา ชอบเดินมากกว่า เราสายเดิน ก็เดินวนกันไปค่ะ


ระหว่างทางเดินกลับไปขึ้นรถไฟ ก็จะมีจุดให้ถ่ายรูป นั่งพัก สูบบุหรี่ เยอะแยะไปหมด


ร้าน Beard Papa's Fresh and Natural Cream Puffs คนต่อคิวซื้อเยอะพอสมควร นี่คิดไว้ต้องอร่อยแน่ ๆ ไม่งั้นคนคงไม่เยอะขนาดนี้ เพราะฉะนั้น เราต้องลองค่ะ


ราคา 2.3 SGD

มาถึงสถานีนี้และของกินละลานตา พาขาอ่อน อยากแวะนั่งกินตลอดทาง แต่ แต่ แต่ เจอ Beard Papa's เหมือนเอแคร์บ้านเราอ่ะ ลูกใหญ่มาก ด้านในไส้แน่นเว่อ ซื้อไป 3 ลูก แต่กินได้แค่ลูกเดียวแน่นเลยค่ะ อิ่มมาก ไส้แน่น ใหญ่มาก ต้องลองนะคะ 


และก็เดินขึ้นไปชั้นบน อั้มไปเดินที่ตึก  Begis Junction นี้นะคะ เจอชอป Charles & Keith คนเต็มเลย แวะสะหน่อย อ้าวว่าจะดูเฉยๆ ทำไมได้ของเต็มเลย แกไม่ได้โหลดกระเป๋ามาน่ะ แกอย่าลืม สามีคอยเตือน  555 ซื้อเกิน 100SGD  ขอคืนภาษี  #Taxfree ได้ด้วย เลิศไปอีก เพราะฉะนั้น เราก็ต้องซื้อให้เกินสิค่ะ  เมื่อเทียบราคากับไทย ก็ถูกกว่ากันอยู่นะคะ แต่ไม่ได้มากมายอะไร มีสายบอกว่า ต้องซื้อตอนลดราคา หรือไปที่ Outlet จะชอบได้มันกว่าเยอะค่ะ

เดินขึ้นไปชั่นบนเจอ Sephora  ,  Watsons , Sasa  ของเยอะมาก ใจคอไม่ดีเลยค่ะ เงินสั่นดีดกันดังเปี้ยๆ ยิ่งกว่ากุ้งอีกค่ะ มันคงอยากให้อั้มซื้อของสิน่ะ และช่วงนี้ลดทั้งเกาะไปอีก ไปตรงไหนก็มีของลดราคาเต็มเลย เสียเวลาเดินมาก หมดไปหลายชั่วโมงกับจุดนี้ ที่ตึกแถวสถานีรถไฟ Begis ของชอปปิ้งก็เยอะมากเลยนะคะ แต่อั้มคิดว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปแถวย่านแหล่งชอปปิ้งอีกเช่นกัน เลยชอปแต่น้อยที่จุดนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่ำ ๆ ก็ต้องมาแวะที่นี่อีก ติดใจขนม 555



เท่านี้ไม่พอ ฝั่งตรงข้าม Begis Street คนพลุกพล่านมาก เลยชวนกันไปเดินเล่น ข้ามถนนไป 2 เลนส์ พอเดินเข้าไปแล้ว สำเพ็ง , ประตูน้ำ  ลอยมาในหัวเลยค่ะ  ของคล้ายๆ ประมาณนั้น แถมกลิ่นทุเรียนตลบอบอวน


เดินมาจนเกือบสุดทาง เจอร้านขายผลไม้ไทย ๆ เต็มไปหมด นี่เอง เจอแล้ว แหล่งกลิ่นทุเรียน


เดินกันจนขาเหมือนคนเป็นอัมพฤก หมดแรงจะก้าวเดินต่อไป ขาสั่นมาก ๆ ทั้งของที่หิ้วหนักพะรุงพะรัง คนเบียดกันเยอะมาก เลยคิดว่ากลับมานอนโรงแรมกันไหม แต่ แต่  แต่ นี่หิวอีกแล้วอ่ะ เลยพากันเดินหาร้านอาหาร มาเจออีกฝั่งของถนนเป็นร้านข้าวมันไก่อีก กินสิค่ะ รออะไร 


จานนี้อร่อยกว่าเดิมน่ะ นี่กินหมดเลย หมดเกลี้ยงมาก แต่อยากให้คนขายเลาะกระดูกออกให้ด้วย  สัพมาเนื้อพร้อมกระดูกเลย ลำบากต้องมาแซะอีก สู้ของไทยไม่ได้ แร่บางมาก แถมไม่ติดกระดูกด้วย 


กินอิ่มแล้ว ก็กลับโรงแรม เตรียมพร้อมดูวอลเล่บอลย์หญิงทีมชาติไทยต่อ สรุปคืนนี้ไม่ได้นอน โต้รุ่งกันไปค่ะ แล้วเดี๋ยวมาพบกันวันที่ 2 นะคะ กับการเดินทางในสิงคโปร์ ไปไชน่าทาวน์ ไหว้พระ แล้วก็ชอปปิ้งแล้วกลับมา Merlion อีกรอบ ค่ะ


Follow or Contact me 
❀ Website ❀  ::  www.aumbellezza.com
❀ Facebook  ❀ :: www.facebook.com/Aumbellezza
❀ Instagram ❀ :: http://instagram.com/aum_bellezza

Share this: